Posted in Culture on มีนาคม 14, 2007 | 1 ความคิดเห็น »
JEAN Baudrillard นักคิดหลังสมัยใหม่ผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งได้ลาจากโลกนี้ไปแล้วด้วยโรคมะเร็ง ด้วยวัย 78 ปี งานเขียนที่นำมาข้างล่างนี้เปรียบเสมือนข้อเขียนในการรำลึกการจากไปของเขา ขอขอบคุณพี่สาวคนหนึ่งจากแดนไกลที่ส่งงานเขียนชิ้นนี้มาให้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ
สำหรับผมแล้ว JEAN Baudrillard ดูจะเป็นนักคิดที่เพิ่งทำความรู้จักได้ไม่นานหลังจากอ่านงานเขียนชิ้นเล็กๆ และบทสัมภาษณ์บ้างจากนิตยสารการออกแบบและสถาปัตยกรรมในห้องสมุด หากใครสักเกตุทางด้านซ้ายของเวบนี้จะมีลิงค์ไปยังบทความเกี่ยวกับกรุงอิสตันบรูของเขา (Water, Empire, Gold, Primitive Stage) คิดว่าว่างๆ จะลองเขียนเรื่องราวและแปลบทความชิ้นี้ดู แต่ตอนนี้ของตัวทำรายงานก่อนครับ
Theorist upset lazy thinking
Jean Baudrillard, the postmodern agent provocateur of French sociology, died in Paris this week. Rex Butler unravels his theories
09mar07
JEAN Baudrillard once wrote: “Some know how to slip away [...]
Read Full Post »
Posted in Book on มีนาคม 11, 2007 | 3 Comments »
“ศิโรตม์แยกตัวเองอย่างชัดเจนออกจากปัญญาชนที่ให้การสนับสนุนรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ.2549 และแยกตัวออกจากปัญญาชนที่สร้างและเชื่อใน “คำ” อย่าง “ระบอบทักษิณ” และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ศิโรตม์เรียกร้องให้ปัญญาชนจำนวนหนึ่งออกมารับผิดชอบต่อการรัฐประหาร เนื่องจากศิโรตม์เห็นว่า “ปัญญาชนเป็นกลุ่มคนแรกๆ ที่ร้องขอให้ทหารออกมาฉีกรัฐธรรมนูญ…” และ “…ทำให้กษัตริย์และทหารแทรกแซงทางการเมืองได้อย่างชอบธรรม” นอกจากนั้น ปัญญาชนทั้งหมดยังให้ความชอบธรรมกับความไม่เป็นประชาธิปไตยโดยอาศัยอุดมการณ์ที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมสร้างขึ้น นั่นคือ อุดมการณ์ทางการเมืองที่เรียกว่า ‘ธรรมราชา’”
(บางส่วนจาก ‘คำนิยม’ โดย ธเนศ วงศ์ยานนาวา)
แม้จะมีงานที่คั่งค้างและการสอบที่ยังไม่จบสิ้น หากแต่ข้าพเจ้าก็ได้ละทิ้งภาระทั้งหลายนั้นเอาไว้เบื้องหลังพร้อมกับการหยิบผลงานรวมเล่มชิ้นใหม่ของ ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการ/ปัญญาชนรุ่นใหม่ไฟแรงแซงทางโค้งของเมืองไทยขึ้นมาอ่าน“ประชาธิปไตยไม่ใช่ของเรา” เป็นชื่องานเขียนชิ้นใหม่ของนักวิชาการผู้นี้ คำถามที่ให้ชวนสงสัยเมื่อเห็นชื่อหนังสือเล่มนี้คือ “หากแต่เมื่อประชาธิปไตยไม่ใช่ของเราแล้วประชาธิปไตยนั้นเป็นของใครกันเล่า?” คำถามดังกล่าวดูเหมือนจะมีคำตอบอยู่ในตัวบทแต่ละชิ้นที่ประกอบขึ้นมาเป็นหนังสือเล่มนี้อยู่แล้ว
Read Full Post »
Posted in Book on มีนาคม 10, 2007 | Leave a Comment »
“อากาศล่องลอยอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่มนุษย์มักไม่รู้สึกถึงการดำรงอยู่ของมันเท่าใดนัก… เรื่องเล่าของหลายชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ตากใบ กลายเป็นความทรงจำอันปลิดปลิว แม้เหมือนดำรงอย่ แต่ผู้คนนอกเหนือวังวนแห่งความรุนแรงในสี่จังหวัดภาคใต้ ไม่อาจรับรู้หรืออาจไม่ใส่ใจ กระนั้นเรื่องราวเหล่านี้กลับล่องลอยอยู่รอบๆ ตัวเรา และเราหายใจมันเข้าไป… เหมือนอากาศ”
การดำรงอยู่ของบางสิ่งในขอบเขตของสังคมหนึ่งมิได้เป็นเครื่องประกันว่าสิ่งนั้นจะเป็นที่รับรู้ของคนหมู่มากในสังคม โดยเฉพาะในสังคมสมัยใหม่หรือสังคมที่อิงอยู่กับความเป็นรัฐที่มีกระบวนการจัดการเกี่ยวกับสิ่งที่ดำรงอยู่ในสังคมว่าสิ่งใดสมควรเป็นที่รับรู้ของคนหมู่มากภายใต้เงื่อนไขที่ความมั่นคงของรัฐจะมิได้รับผลกระทบจากการปรากฎตัวของสิ่งเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดการรับรู้จากสื่อกระแสหลักหรือการปิดบังความจริงของเหตุการณ์มิให้ปรากฏหรือปรากฏแต่ในบางแง่มุม
เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายหลังการสลายการชุมนุมบริเวณหน้า สภ.อ.ตากใบ จังหวัดนราธิวาส ดูเหมือนจะเป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนเรื่องราวการนำเสนอความจริงของเหตุการณ์และส่วนต่อของเหตุการณ์ที่มีการปิดบังความเป็นจริงที่เกิดขึ้นรวมถึงความรู้สึกจากแง่มุมอื่นที่มิใช่จากรัฐหรือที่นำเสนอกันโดยทั่วไปในสื่อกระแสหลัก เปรียบเสมือนดั่งอีกด้านหนึ่งของผืนผ้าที่ยังไม่ปรากฏออกมาให้เห็น
Read Full Post »
Posted in Book on มีนาคม 10, 2007 | 4 Comments »
“ความเป็นเมือง” ในปัจจุบันดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่สร้างความขยาดกลัวให้กับคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังถวิลหาค่านิยมอันสวยงามแบบชนบทและตีตราความไร้ค่า เสื่อมถอย ทรุดโทรม ให้กับเมือง แต่ถึงอย่างไรการมองเช่นนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ไม่ให้คุณค่ากับภาวะ “ความเป็นเมือง”ที่ดำรงอยู่ในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ไม่ต่างกันกับคนจำนวนหนึ่งในยุคของพัฒนาให้ทันสมัยอย่างตะวันตกที่ตีตราชนบทว่าล้าสมัย เสื่อมโทรม ภายใต้สภาวะของความเป็นเมือง เราอาจไม่สามารถปฏิเสธการดำรงอยู่ของความวุ่นวาย เร่งรีบได้ แต่ถึงอย่างไรภาวะดังกล่าวก็เปรียบเสมือนเป็นอัตลักษณ์ของความเป็นเมือง เฉกเช่นความเรียบง่าย ไม่เร่งรีบ เป็นอัตลักษณ์ของชนบทจากมุมมองที่สังคมสร้างขึ้น ในอีกแง่หนึ่งนอกเหนือจากอัตลักษณ์ของเมืองที่วุ่นวาย สับสน ก็ยังคงมีพื้นที่ของความหมายอื่นๆแฝงอยู่ อาทิ ความหลากหลายของผู้คน ความหลากหลายของสถาปัตยกรรมทั้งที่เป็นระเบียบและไร้ระเบียบ
ความเป็นสมัยใหม่ (Modernity) ได้นำความคิด ความรู้ จากตะวันตกเข้ามาครอบงำในภูมิภาคต่างๆของโลก และกลายเป็นกระแสความคิดหลักของโลกนับตั้งแต่ช่วงหลังคริสตศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายพื้นที่ของโลก อาทิ การเกิดรัฐชาติสมัยใหม่ที่มีการปกครองแบบรวมศูนย์ การศึกษาแบบสมัยใหม่ และการสร้างผังเมืองแบบสมัยใหม่ แต่ถึงอย่างไรก็ตามภาวะความเป็นสมัยใหม่ที่กล่าวถึงก็ดูเหมือนจะไม่แตกต่างจากภาวะความเป็นตะวันตกเท่าใดนัก หากเราพินิจในรูปแบบของผังเมือง และสถาปัตยกรรมของอาคารในเมืองก็จะพบว่าความเป็นสมัยใหม่ก็คือการวางผังเมืองที่มีถนนขนาดใหญ่ ตัดกันอย่างเป็นระเบียบมีกฎเกณฑ์ พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมของอาคารที่สูงใหญ่ขนาบทั้งสองข้างถนน – ถนนราชดำเนินดูเหมือนจะบ่งบอกสิ่งเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี– ความเปลี่ยนแปลงของสังคมในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่มาพร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจให้ทันสมัยอย่างตะวันตกในประเทศโลกที่สามดูเหมือนจะมิได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในแง่ของผังเมืองและสถาปัตยกรรมเมืองอย่างมากมายแต่อย่างใด ในทางกลับกันความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นสิ่งที่ต่อขยายความเป็นสมัยใหม่ที่เปลี่ยนศูนย์กลางจากตะวันตกที่ยุโรป มายังอีกฝากฝั่งของมหาสมุทรแอนแลนติค
Read Full Post »