“ความเป็นเมือง” ในปัจจุบันดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่สร้างความขยาดกลัวให้กับคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังถวิลหาค่านิยมอันสวยงามแบบชนบทและตีตราความไร้ค่า เสื่อม
ถอย ทรุดโทรม ให้กับเมือง แต่ถึงอย่างไรการมองเช่นนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ไม่ให้คุณค่ากับภาวะ “ความเป็นเมือง”ที่ดำรงอยู่ในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ไม่ต่างกันกับคนจำนวนหนึ่งในยุคของพัฒนาให้ทันสมัยอย่างตะวันตกที่ตีตราชนบทว่าล้าสมัย เสื่อมโทรม ภายใต้สภาวะของความเป็นเมือง เราอาจไม่สามารถปฏิเสธการดำรงอยู่ของความวุ่นวาย เร่งรีบได้ แต่ถึงอย่างไรภาวะดังกล่าวก็เปรียบเสมือนเป็นอัตลักษณ์ของความเป็นเมือง เฉกเช่นความเรียบง่าย ไม่เร่งรีบ เป็นอัตลักษณ์ของชนบทจากมุมมองที่สังคมสร้างขึ้น ในอีกแง่หนึ่งนอกเหนือจากอัตลักษณ์ของเมืองที่วุ่นวาย สับสน ก็ยังคงมีพื้นที่ของความหมายอื่นๆแฝงอยู่ อาทิ ความหลากหลายของผู้คน ความหลากหลายของสถาปัตยกรรมทั้งที่เป็นระเบียบและไร้ระเบียบ
ความเป็นสมัยใหม่ (Modernity) ได้นำความคิด ความรู้ จากตะวันตกเข้ามาครอบงำในภูมิภาคต่างๆของโลก และกลายเป็นกระแสความคิดหลักของโลกนับตั้งแต่ช่วงหลังคริสตศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายพื้นที่ของโลก อาทิ การเกิดรัฐชาติสมัยใหม่ที่มีการปกครองแบบรวมศูนย์ การศึกษาแบบสมัยใหม่ และการสร้างผังเมืองแบบสมัยใหม่ แต่ถึงอย่างไรก็ตามภาวะความเป็นสมัยใหม่ที่กล่าวถึงก็ดูเหมือนจะไม่แตกต่างจากภาวะความเป็นตะวันตกเท่าใดนัก หากเราพินิจในรูปแบบของผังเมือง และสถาปัตยกรรมของอาคารในเมืองก็จะพบว่าความเป็นสมัยใหม่ก็คือการวางผังเมืองที่มีถนนขนาดใหญ่ ตัดกันอย่างเป็นระเบียบมีกฎเกณฑ์ พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมของอาคารที่สูงใหญ่ขนาบทั้งสองข้างถนน – ถนนราชดำเนินดูเหมือนจะบ่งบอกสิ่งเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี– ความเปลี่ยนแปลงของสังคมในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่มาพร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจให้ทันสมัยอย่างตะวันตกในประเทศโลกที่สามดูเหมือนจะมิได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในแง่ของผังเมืองและสถาปัตยกรรมเมืองอย่างมากมายแต่อย่างใด ในทางกลับกันความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นสิ่งที่ต่อขยายความเป็นสมัยใหม่ที่เปลี่ยนศูนย์กลางจากตะวันตกที่ยุโรป มายังอีกฝากฝั่งของมหาสมุทรแอนแลนติค ความเป็นสมัยใหม่และผังเมืองแบบอเมริกันได้ส่งผลต่อการออกแบบเมืองในภูมิภาคเอเชียอย่างเห็นได้ชัด เมืองใหญ่หรือมหานครจำนวนมากได้เกิดขึ้นและเติบโตอย่างรวดเร็วภายใต้รูปแบบผังเมืองที่เน้นความเป็นสัดส่วน มีรูปแบบและระเบียบแน่นอนตายตัว ตลอดจนการเกิดขึ้นของอาคารสูงเพื่อใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด – มหานครเซี่ยงไฮ้ของจีนได้ตอกย้ำความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วดังกล่าวอย่างเห็นได้ชัด – แต่ถึงอย่างไรก็ตามภายใต้ความเป็นระเบียบของตึกสูงและถนนขนาดใหญ่ที่รองรับการคมนาคมและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ก็ยังมีความวุ่นวาย สับสนให้เห็นอยู่อย่างทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ชุมชนแออัด ความไม่เป็นระเบียบของอาคารในย่านการค้าเก่า ตลอดจนการค้าที่ไร้ระเบียบริมถนน สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นสิ่งที่รัฐบาลและสถาปนิค นักออกแบบในประเทศโลกที่สามจำนวนหนึ่งพยายามที่จะกดทับ เปลี่ยนแปลง หรือกำจัดออกไปจากเมืองสมัยใหม่
แต่ถึงอย่างไรกลุ่มสถาปนิกและนักคิดจำนวนหนึ่ง ได้พยายามชี้ให้เห็นคุณค่าการดำรงอยู่ของความหลากหลาย ความไร้ระเบียบและความแออัด อันเป็นส่วนหนึ่งและสเน่ห์อย่างหนึ่งของภาวะความเป็นเมือง หนึ่งในกลุ่มดังกล่าว วิลเลี่ยม ลิม ดูเหมือนจะเป็นผู้หนึ่งที่มีความรู้ความเข้าใจ และเชี่ยวชาญในความเป็นเมืองของเอเชียโดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะถิ่นพำนักของเขา(สิงคโปร์) ในหนังสือ (โพสต์)โมเดิร์นทางเลือกมุมมองของเอเชีย (Alternative (Post) Modernity: An Asia Perspective) ของเขา ดูเหมือนจะเป็นการรวบรวมงานเขียนและปาฐกถาที่มุ่งให้คุณค่าในการวิเคราะห์ความเป็นเมือง สถาปัตยกรรมเมือง และความไร้ระเบียบที่ดำรงอยู่ในเมือง ตลอดจนการกดทับของผังเมืองสมัยใหม่ต่อความไร้ระเบียบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลิมได้ชี้ให้เห็นถึงการมองความหลากหลายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของเมือง ไม่ว่าจะเป็นผู้คน กิจกรรมทางสังคม และวิถีชีวิตที่มีความแตกต่างกันออกไป ในความคิดของเขาความไร้ระเบียบ ไร้กฏเกณฑ์ และแออัดของสถาปัตยกรรมและผังเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มิใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ หรือเป็นสิ่งที่สมควรปิดบัง กดทับและเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด หากแต่ความไร้ระเบียบดังกล่าวกลับเป็นสิ่งที่บ่งบอกที่อัตลักษณ์และสเน่ห์พิเศษของเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาปัตยกรรมเมืองแบบสมัยใหม่มีส่วนในกระบวนการกดทับ ปิดบังสภาพอันไร้ระเบียบของเมืองเดิม “การคำนึงถึงถนนและอาคารที่มีอยู่เดิมทำให้สิ่งก่อสร้างที่เกิดขึ้นใหม่นั้นคู่ขนานไปกับถนนเส้นหลัก ในขณะที่สภาพเดิมของเมืองและพื้นที่ด้านหลังของสิ่งก่อสร้างใหม่นั้นถูกทิ้งไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลง สภาพสังคมเช่นที่เคยผนวกกับความทรงจำและสิ่งก่อสร้างของอดีตถูกคงไว้เบื้องหลังของการพัฒนาสมัยใหม่” นอกจากนี้ในงานเขียนหลายชิ้นของลิม ยังได้เรียกร้องและเสนอแนวทางในการออกแบบสถาปัตยกรรมและผังเมืองว่าควรเปิดโอกาสหรือเปิดพื้นที่ของเมืองให้กับคนกลุ่มต่างๆ ที่มีความหลากหลาย เมืองมิใช่สถานที่แห่งการผูกขาดของชนชั้นกลางแต่เพียงอย่างเดียว ชนชั้นกลางคือผู้อาศัยในเมืองเฉกเช่นเดียวกับคนชั้นล่าง ค่านิยมของสถาปัตยกรรมเมืองที่เป็นระเบียบแบบสมัยใหม่ตามคุณค่าของชนชั้นกลางเป็นสิ่งที่ควรต้องทบทวนในการพัฒนาเมือง สภาวะความเป็นเมืองในอนาคตคือเมืองที่มีความหลากหลายและมีลักษณะพหุนิยมที่เปิดพื้นที่ให้กับคุณค่าของคนกลุ่มต่างๆอย่างเท่าเทียมกัน แต่ถึงอย่างไรลิมก็มิได้ให้คุณค่ากับความไร้ระเบียบจนเกินเลย เขาได้ชี้ให้เห็นถึงแนวทางในการพัฒนาความไร้ระเบียบที่มีความหลากหลายในเมืองตามแนวทางของการพัฒนาที่ยั่งยืนและให้ความสำคัญกับปัญหาพื้นฐานของผู้คนในพื้นที่ต่างๆ ดังนั้นเมืองในความคิดของลิมจึงเป็นสิ่งที่ไม่หยุดนิ่งตายตัว หากแต่มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็มิได้อยู่ในลักษณะการครอบงำทั้งหมด ดังจะเห็นได้จากเมืองแบบสมัยใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถึงแม้จะมีลักษณะความเป็นสมัยใหม่อยู่มากแต่ในทางเดียวกันก็มีการผสมผสานกับความเป็นท้องถิ่นให้พบเห็นได้โดยทั่วไปนอกจากเรื่องราวเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมเมืองในงานเขียนของเขาแล้ว ลิมยังได้นำเสนอความและเชื่อมโยงความเป็นเมืองเข้ากับมุมมองที่หลากหลาย อาทิ ความทรงจำกับพื้นที่ของเมืองที่แต่ละพื้นที่ล้วนมีความทรงจำของคนแฝงอยู่แทบทั้งสิ้นการพัฒนาเมืองโดยการทำลายพื้นที่แห่งความทรงจำจึงเปรียบเสมือนเป็นการทำลายความทรงจำของคนจำนวนหนึ่ง หรือแนวคิดดั้งเดิมของท้องถิ่นที่ผสานเข้ากับแนวคิดความเป็นเมืองแบบตะวันตกดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ความหลากหลายและลักษณะพหุนิยมของความเป็นเมืองที่วิลเลี่ยม ลิมพยายามชี้ให้เห็นภายใต้การวิพากษ์แนวคิดความเป็นสมัยใหม่ของเขา เปรียบเสมือนเป็นการก้าวพ้นกรอบของแนวคิดแบบสมัยใหม่ที่เน้นความแน่นอนตายตัวและเอกนิยม อาจกล่าวได้ว่าความคิดของลิมเปรียบได้กับแนวคิดของหลังสมัยใหม่หรือทางเลือกของสมัยใหม่ที่มีความหลากหลาย แต่ถึงอย่างไรแนวคิดของเขาจะอยู่ในหมวดหมู่ใดก็ไม่สำคัญเท่ากับสารัตถะที่เขาได้หยิบยื่นให้กับผู้อ่านโดยเฉพาะคนในเมืองที่มีความหลากหลายอย่างเช่น กรุงเทพมหานคร





รูปที่แสดงนี่ เป็นปกฉบับแปลรึเปล่า ?
ใช้แล้วครับ แปลโดย อ ของ ถาปัด มธ นะครับ
ขอบคุณครับ เดี๋ยวไปดูที่คณะเลยละกัน ผมอยู่ใกล้ ๆ
วันนี้ไปดูคิโนะพารากอนไม่มี
ขออนุญาตเอาไปโพสต์ต่อนะครับ
http://bact.blogspot.com/2007/04/alternative-post-modernity-asia.html
น่าสนใจดี ผมชอบเรื่องความไม่เป็นระเบียบของเมืองน่ะ
ถ้ามีใครทำของไทยมั่งก็คงดี
ของญี่ปุ่นมีหนังสือรวมงานตึกซอก ๆ “PET Architecture” ดูแล้วมันมีชีวิตดี เมือง
Pet Architecture
http://bact.blogspot.com/2007/04/pet-architecture.html