Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารสำหรับ เมษายน, 2007

ตอนนี้เราหลบความร้อนทั้งอากาศและการเมืองที่ กทม  มาเชียงใหม่ เลยไม่ค่อยได้ Update บลอคตัวเองสักเท่าไร  อันนี้เป็นเรื่องสั้นที่เราเขียนเสร็จตอนอยู่ที่นี่ ลองอ่านดูละกันนะ
คราบกาแฟของผม (เธอ)
ผมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ยามเช้า พลางยกกาแฟขึ้นจิบเป็นระยะ
ผมทำอย่างนี้มาเป็นเวลาสองปี ทุกวัน อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
แต่แล้วเช้าตรู่วันหนึ่ง ขณะที่ผมพินิจดูหน้าตัวเองในกระจกหลังแปรงฟัน พร้อมกับเผยอริมฝีปากให้แยกออกจากกัน
ทันใดนั้น!! ผมก็พบสิ่งที่ไม่คาดฝันมาก่อน
ฟันของผม! ใช่แล้วฟันของผม มันดูไม่เหมือนเมื่อก่อน สีของมันเปลี่ยนไปจนผมเองก็จำสภาพเดิมของมันไม่ได้
สีของมันเหลืองดุจดั่งทองที่ยังไม่ได้ขัด แซมด้วยลายเส้นสีน้ำตาลตามแนวดิ่ง บ้างตวัดโค้งเข้ากับร่องเหงือก จนกลายเป็นรวดลายอันวิจิตรอันหาผู้ใดหรือที่ใดเสมอเหมือนได้
‘โอ้ว มันช่างงดงามเริดล้ำอะไรเช่นนี้หนอ’ ผมคิด
หลังจากการค้นพบในวันนั้นชีวิตผมก็เปลี่ยนไป รอยยิ้มของผมกว้างใหญ่ขึ้นกว่าแต่ก่อน และเกิดขึ้นบ่อยครั้งกว่าแต่เก่า ใช่แล้วครับ ผมต้องการนำเสนอผลงานชิ้นมาสเตอร์พีสอันเดียวในโลกที่ซ่อนอยู่ในริมฝีปากอันหนาหนักของผม
ผู้คนที่พูดคุยหรือยิ้มให้ น้อยนักที่จะไม่แสดงความตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจ หรือหายใจแรงๆ เวลาที่สายตาของพวกเขาทะลวงเข้าสู่ผลงานบนฟันของผม
‘มันช่างสวยงาม เข้ารูป และพอดีอะไรเช่นนี้’ ศิลปินชราคนหนึ่งกล่าว
‘ว๊าว ฉันไม่เคยเห็นอะไรงดงามอย่างนี้มาก่อนเลย’ หญิงสาวที่เผอิญสายตาปะทะกับซี่ฟันของผมร้องทัก
ผมภูมิใจอย่างที่สุด ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของผม ไม่เคยเลย ไม่เคยเลยจริงๆ ที่จะมีคนให้ความสนใจกับเลือนกายที่ไม่มีจุดเด่นของผม
แต่แล้ววันนี้อวัยวะที่ซ่อนหลบอยู่ภายในมันทำให้ผมกลายเป็นจุดสนใจของใครหลายคน แม้แต่กระเป๋ารถเมล์ที่พบเจอกันทุกวันที่ออกจากบ้าน
———————————————————- 
จนวันหนึ่ง การมาของหญิงที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน ได้นำความเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวงมาสู่ชีวิตอันธรรมดาของผม
“ฉันเป็นศิลปิน กำลังคิดทำงานศิลปะแนวทดลองที่แปลกใหม่” เธอแนะนำตัวสั้นๆ ให้ผมรู้จัก
“และฉันก็เผอิญได้ข่าวจากเพื่อนที่เคยเห็นความสวยงามบนฝันสีเหลืองแซมด้วยลายเส้นสีน้ำตาลของคุณ เลยคิดว่ามันน่าจะมาประยุกต์ใช้กับงานของฉันได้”
‘ฟันของผมเนี่ยนะ’ ผมคิด
เธอขอความกรุณาให้ผมยิ้มกว้างๆ เท่าที่จะทำได้ เพื่อที่เธอจะได้พินิจซี่ฟันของผมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
“มันเยี่ยมยอดที่สุด” เธออุทาน พร้อมกับหยิบกล้องถ่ายรูปออกมาจากกระเป๋าสะพายข้าง
 “ขอฉันถ่ายเก็บไว้ ได้ไหมค่ะ”
 “ตามสบาย” ผมตอบ [...]

Read Full Post »

ช่วงนี้กำลังคิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ “ของฝาก” หรือ “การซื้อของฝาก”
เรื่องที่เราคิดว่าไม่เป็นเรื่อง บางทีมันก็สามารถเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาได้เหมือนกัน
อาจารย์ผมยาวคนที่เคยอ้างแล้วอ้างอีกนั่นแหละ เคยกล่าวกับคลาสของเราประมาณว่า
คุณคิดดูเถอะ แค่บีบยาสีฟัน ปลายหลอดหรือต้นหลอด มันยังทำให้ผัวเมีย ทะเลาะกัน เลิกกันได้เลย ความสัมพันธ์ของคนเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้มันเป็นเรื่องยาก แต่เราก็บอกไม่สำคัญ การเมืองสำคัญกว่า ทำนองเดียวกับการขี้กับการเมือง คุณคิดว่าอะไรสำคัญกว่า? ถ้าคิดว่าการเมืองสำคัญกว่าผมว่าคุณบ้าแล้ว คุณขี้……
คำพูดของอาจารย์ผมยาวทำให้เรา พลันนึกถึงเรื่องใกล้ตัวเรามากที่สุดคือเรื่องของฝาก ที่กล่าวมาแล้วข้างบน
เราพึ่งรู้ว่าความสัมพันธ์กับคนที่เกี่ยวกับ “ของฝาก” มันซับซ้อนมากมายกว่าที่คิดมาก และทำให้เราหวนคิดกลับไปในอดีตอันน้อยนิดของเรา
เราคิดว่าของฝากมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับความสัมพันธ์ของคน ตัวอย่างเช่นคนมีความใกล้ชิดสูง เช่น แฟน(สมมติ) หรือ เพื่อนสนิท ย่อมน่าจะคาดหวังกับการได้รับของฝากจากเรา มากกว่าคนประเภทอื่น
เพราะความสัมพันธ์อันสนิทนี้มันเหมือนเป็นบ่วงที่เราต้องซื้อของฝากให้เขา (แต่เรายังคิดไม่ออกในประเด็นของ พ่อ แม่ และครอบครัว เพราะไม่ซื้อเขาก็ไม่โกรธ) ความสัมพันธ์ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่แปรผันโดยตรงกับความคาดหวังในการได้รับ ประมาณว่าเขารักเราเขาน่าจะซื้อของมาฝากเรานะ

Read Full Post »

จะมีใครบ้างนะที่ไม่เคยกินส้มตำบ้าง ดูเหมือนคนไทยน้อยคนนักที่จะไม่เคยกินส้มตำ หรือตำส้มและเมื่อคนส่วนใหญ่กินส้มตำ ก็เลยทำให้โมเมกันว่า “ส้มตำ” เป็นอาหารประจำชาติอยู่คู่กับสังคมไทยมานาน หากแต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่?

เพราะส้มตำเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่มันถูกกระบวนการทางสังคมบางอย่างที่ทำให้กลายเป็นของประจำชาติที่คนในชาติรู้สึกว่ามันมีมายาวนาน

หรือถ้าจะใช้ภาษายากๆ ของ Eric Hobsbawm นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษว่ามันเป็น ”Invented Tradition” อันมาพร้อมกับการก่อตัวของรัฐสมัยใหม่ที่ต้องการหาศูนย์รวมและมาตรฐานให้กับคนในชาติ ของประจำชาติต่างๆ มันเลยเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ มันเกิดขึ้นพร้อมกับความรู้สึกว่ามันมีมานาน แต่ถ้าจะให้ถามว่ามีมานานเท่าไร? คนส่วนใหญ่ก็ตอบไม่ได้

ที่พูดมาทั้งหมดนี่ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เพียงแค่เราจะโยงมันเข้าสู่งานสั้นๆ ชิ้นนึงที่เคยส่งให้อาจารย์ผมยาวเมื่อนานมาแล้วเท่านั้น

ส้มตำของใคร? 
บริเวณสองฝั่งโขง เป็นที่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ ไทย – ลาว โดยกลุ่มชาติพันธุ์นี้มีอาหาร/วิธีทำอาหารชนิดหนึ่ง เรียกว่า “ตำส้ม” ซึ่งเป็นอาหารที่มีรสเปรี้ยวนำ ส่วนวิธีการทำนั้นคือนำอะไรก็ได้ที่หาได้ในท้องถิ่นมาทำการโขลกรวมกัน ขอให้มีรสเปรี้ยวนำก็เรียกตำส้มทั้งนั้น

Read Full Post »

บ่นถึง TV

วันนี้เพื่อนคนนึ่งส่งเวบโครงการ “สัปดาห์ปิดทีวีมาให้” นี่คือรายละเอียดคร่าวๆ

ปิดทีวี ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เพื่ออะไร :
     – เพื่อทบทวนบทบาทของโทรทัศน์ ว่าทำไมเราเราต้อง
       ใช้มันและมันมีไว้เพื่ออะไร
     – เพื่อค้นพบทางเลือกที่หลากหลายของการใช้ชีวิตที่ดี
       และมีคุณค่า
อย่างไร :
     – เพียงปิดสวิทช์หรือถอดปลั๊กทีวีเป็นเวลา ๗ วัน
       และหาทางเลือกอันหลากหลายในการทำกิจกรรมต่างๆ
       ของชีวิตแทนทีวี
ใคร :
       ใครก็ได้ ทั้งเด็ก ครอบครัว บุคคล นักเรียนนักศึกษา 
       กลุ่มคนแก่ ฯลฯ
ที่ไหน :
       ในบ้าน , โรงเรียน, ห้องสมุด, ที่ทำงาน ฯลฯ (http://www.wechange555.com)

แต่เราไม่มาโปรโมทโครงการนี้หรอกนะ อย่าเข้าใจผิด
 
คิดไปคิดมา เมื่อพูดถึงทีวี ความจริงเราก็ไม่ค่อยได้ดูทีวีหรือไม่ได้ดูมานานแล้วเหมือนกัน แต่เหตุผลไม่ใช่เพราะอุดมการณ์อันสูงส่งอะไรหรอก
 
จากความพยายามในการทบทวนของเรา พบว่า ความจริงแล้วที่เราไม่ดูทีวีโดยเฉพาะเวลาที่อยู่ในห้องพักคนเดียว ก็เพราะเรามีอะไรที่สนุกทำมากกว่าดูทีวี นั่นก็คือการเล่นอินเตอร์เน็ต สิ่งนี้เองมาแทนเวลาในการดูทีวีของเราตั้งแต่ช่วง ม.สาม ถ้าจำไม่ผิด
 
ไม่ต้องถามเหตุผลนะว่าทำไมเราถึงเปลี่ยน ก็มันสนุกกว่าก็แค่นั้น
 
พอตอนหลังมาเรียนมหาวิทยาลัยต้องอยู่ห้องพักคนเดียว และเป็นที่ๆ ไม่มีอินเตอร์เน็ตด้วย ทำให้เราที่ติดนิสัยของการไม่ดูทีวีเป็นประจำ พลอยมีเวลาว่าง แต่จะให้ดูทีวีเหมือนเดิมก็ทำไม่ได้ เพราะมันไม่สนุกแล้ว [...]

Read Full Post »

                  วันนี้พอดีนึกถึงเรื่องสั้นเก่าๆ ที่เคยเขียนไว้เหมือน สอง ปีก่อนขึ้นมา เลยคิดว่าน่าจะเอามาโพสไว้ที่นี่ ทำให้หวนคิดไปอีกว่าเราไม่ได้เขียนเรื่องสั้นมานานแล้วเหมือนกัน ทั้งที่แต่ก่อนเขียนไว้เยอะมากทั้งเสร็จและไม่เสร็จ เก็บไว้คนเดียวหรือส่งให้คนอื่นดู ลองอ่านดูแล้วกันนะ 

เหตุไร้ผลของคนเมืองอมร

                   แสงไฟสีเหลืองนวลปะทะเข้ากับวงโค้งสีทองของกรอบแว่นตา  ด๊อกเตอร์อรุณ กำลังยืนมอง  จ้องมอง และเหล่มอง ผลงานศิลปะแนวจัดวาง ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายเม็ดถั่วลิสง ผสมฝักมะขาม และเม็ดมะม่วง ของศิลปินผู้หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งหนึ่งในนครโตเกียว

                  “อาจารย์ขอยืมเงินกินเบียร์หน่อยครับ” เสียงลมปะทะเข้ากับหูด๊อกเตอร์อรุณ ผ่านโสตประสาทเข้าสู่สมองแปลงเป็นสัญญาณภาษาสร้างความตะลึง และงงงันกับการเคลื่อนของลมเมื่อสักครู่ สมองคิดตอบโต้กับที่มาของเสียงนั่นผ่านออกมาเป็นภาษาและเปล่งเป็นวาจาออกมา

                “แป๊บเธอมาทำอะไรที่นี่”

Read Full Post »

Power tends to corrupt; absolute power corrupts absolutely
Lord Acton

สุดๆ กันไปเลยสำหรับวงการเซนเซอร์ชิป เมืองไทย
เพราะนอกจากการเซนเซอร์เวบไซด์ ด้วยเหตุของความมั่นคงตามที่อ้างแล้ว
ศีลธรรมก็กลายเป็นสิ่งที่ถูกทำให้กลายเป็นเหตุด้วย
แต่ศีลธรรมที่ว่าของรัฐ และหน่วยงานของรัฐ มันคือการไม่ยอมรับความเป็นจริงของสภาพสังคมหรือเป็นเพื่อศีลธรรมจริงๆ กันแน่?
ล่าสุด หลายคนคงได้ยินเรื่องราวการเซนเซอร์ หนังของ เจ้ย – อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ฉากของหนังสี่ฉากที่กลายเป็นปัญหา
และ “ทำลายศีลธรรมอันดีของสังคมไทย”

Read Full Post »

           การวิจัยและงานเขียนทางวิชาการจำเป็นที่จะต้อง “ปราศจากอคติ” ไม่ยุ่งเกี่ยวหรือมีพันธะกับสภาพสังคมเลวร้ายที่เป็นอยู่จริงหรือ? และจะเช่นใดเล่าเมื่อภาวะของ “การปราศจากอคติ“ ดังกล่าวคือการตัดทอนเรื่องราวหรือข้อเท็จจริงบางส่วนทิ้งไปพร้อมกับการหยิบยื่นข้อมูลที่รับการจัดวางเพื่อความพอใจของผู้อ่าน
          หาก “คุณธรรม” (Virtue) คือการกระทำที่มี “ศีลธรรม” (Moral) และศีลธรรมคือการกระทำในสิ่งที่ถูกต้องตามหลักการของเหตุผลสากลโดยปราศจากแรงผลักดันส่วนตัวตามคำกล่าวอ้างของปราชญ์ตะวันตกจำนวนมากแล้ว เราจะอธิบายถึงการไม่พูดข้อเท็จจริงบางอย่างที่พบในการทำวิจัยอย่างไร?

          เราอาจไม่พูดถึงมันเพราะมันบ่งบอกถึงความเลวร้าย ฟ่อนเฟะ และระยำของชุมชนหรือกลุ่มคนที่เราเข้าไปศึกษา กลุ่มคนที่ดูแลเลี้ยงดูเราให้ที่พักแก่เราเป็นอย่างดี – ผู้มีอิทธิพลในชุมชนที่มอบความประทับใจให้กับเรา ในขณะที่อีกด้านหนึ่งกลับขูดรีด กดขี่ คนอีกจำนวนมาก เราประทับใจเขา เราไม่อยากทำร้ายเขา และเราอยากให้เขามีความทรงจำที่ดีกับเราในฐ่านะคนที่มาจากแดนไกล
           เราอาจจจะไม่กล่าวถึงมันเพราะมันส่งผลให้เกิดการทำลายโครงสร้างความสัมพันธ์ในสังคมที่ดำรงอยู่ เราจะกลับมาโดยยังคงสิ่งต่างๆ ให้เหมือนเดิม ไม่แปดเปื้อน รวมถึงความเลวร้ายและเรื่องราวที่แสดงถึงความตกต่ำในการดำรงอยู่ของมนุษย์
           เราอาจไม่เขียนถึงมันเพราะมันอาจส่งผลให้ผู้ถูกกระทำ รับภาระของการถูกกระทำยิ่งขึ้นไปอีก และการจากมาของเราก็จะกลายเป็นการทำลายคนกลุ่มหนึ่งจากน้ำหมึกที่สาดกระเซ็นบนแผ่นกระดาษ
          ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความ “กลัว” หรือความกล้าหาญทาง “ศีลธรรม” กันแน่ หากการกระทำทั้งหมดคือสิ่งที่มีคุณธรรมแล้วมันก็อาจแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญทางศีลธรรมก็เป็นได้

Read Full Post »