วันนี้ไปดูหนังเรื่อง Miss Potter มา (หลังจากที่ไม่ได้ดูหนังมาร่วมเดือน)
เป็นเรื่องราวของ เบียทริกซ์ พอตเตอร์ ผู้แต่งหนังสือเรื่อง The Tale of Peter Rabbit ท้องเรื่องส่วนใหญ่ก็คงเดากันได้ว่าเกิดขึ้นในช่วงที่เบียทริกซ์ยังมีชีวิตอยู่ คือ สมัยวิคตอเรียนตอนปลาย
เนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากการสร้างสรรค์ผลงาน และความรักของ เบียทริกซ์ ที่มีต่อ นอร์แมน วอร์น ผู้จัดพิมพ์หนังสือให้เธอ (ซึ่งตอนหลังต้องจากกันไปอย่างไม่มีวันกลับ) — ไม่อยากเล่ามาก ไปดูเองละกานนะ
สำหรับเราจุดสำคัญที่สุดนอกเหนือจากท้องเรื่องแล้ว ก็คงเป็นเรื่องของกฏ ระเบียบ แบบแผน ต่างๆ ในยุควิคตอเรีย ที่อาจทำให้หลายคนเลี่ยนกันไปเลยก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสมาคม การวางตัวของผู้หญิง และข้อบังคับของผู้หญิง
ในเรื่องเราจะเห็นได้ว่าผู้หญิงชั้นสูงที่ไม่ได้แต่งงานจนอายุล่วงเลขสามมาแล้วอย่างเบียทริกซ์ ต้องรับภาระความกดดัน จากสังคม และการดูแคลนจากครอบครัวโยเฉพาะแม่ของเธอเป็นอย่างมาก ผู้หญิงเก่งๆ ที่ทำงานเลี้ยงชีพอย่างเธอไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมโดยเฉพาะในสังคมชั้นสูงที่คาดหวังกับบทบาทของผู้หญิงในการเป็นแม่บ้าน แม่เรือนที่ดี — มีคำพูดอันนึงที่แม่ของเบียทริกซ์ พูดกับเธอในวัยเด็กว่า “ผู้หญิงทุกคนต้องแต่งงาน”
ซึ่งความคิดผู้หญิงในยุควิคตอเรียดังกล่าวก็ได้แพร่กระจายตัวไปทั่วโลกพร้อมกับจักรวรรดิอังกฤษที่รุ่งโรจน์สูงสุดในยุคของพระนางวิคตอเรีย ไม่เชื่อลองดูประวัติการตั้งโรงเรียนการเรือน โรงเรียนหญิงล้วนทั้งหลาย หรือการใส่เสื้อผ้ามิดชิดของหญิงไทยดูได้
ภาพของผู้หญิงและการคาดหวังกับผู้หญิงอย่างที่เกิดขึ้นกับ เบียทริกซ์ เมื่อเปรียบเทียบกับน้องสาวของวอร์นแล้ว เราก็จะเห็นได้ถึงความแตกต่างที่ซ่อนอยู่ น้องสาวของวอร์น เกิดในครอบครัวของพ่อค้า อันมีค่านิยมบางอย่างแตกต่างไปจากพวกชนชั้นสูงหรือผู้ดี ไม่ว่าจะเป็นความคิดที่ต้องการโสดหรือความต้องการอิสระของเธอ
กล่าวกันว่ายุคสมัยวิคตอเรีย นอกจากกฏระเบียบที่บังคับผู้หญิงอันเป็นผลพวงที่เกิดจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ที่ผู้ชายต้องออกไปทำงานนอกบ้านและต้องมีคนดูแลบ้านคือผู้หญิงแล้ว
ยุคสมัยดังกล่าวยังถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนในเรื่องชนชั้นด้วย เมื่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมและแนวคิดเรื่องความเสมอภาคในการผลิต ได้ส่งผลให้ชนชั้นพ่อค้าหรือกระดุมผี นั้นขึ้นมามีบทบาทในสังคม กำลังจะกลืนกินและทำให้พรมแดนอันศักดิ์สิทธิ๋ของชนชั้นโดยเฉพาะชนชั้นสูงกับชนชั้นอื่นพร่าเลือน ลองคิดดูแล้วกัน อะไรที่ชนชั้นสูงมีได้ชนชั้นกลางก็สามารถใช้เงินซื้อมาได้เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้เหล่าชนชั้นสูงทั้งหลายที่พยายามคงสถานะและเหล่าชนชั้นกลางที่กระแดะอยากเป็นชนชั้นสูง จึงพยายามที่จะสร้างเส้นพรมแดนอันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาใหม่ แต่เส้นแบ่งดังกล่าวหาใช่วัตถุหรือเครื่องใช้ไม้สอย หากแต่เป็นเรื่องของมารยาท ศีลธรรมและแบบแผนการปฏิบัติตัว ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดมากมาย อาทิเรื่องศีลธรรมในเรื่องการปฏิบัติตนทางเพศ ของผู้หญิงที่จะต้องเก็บกดเอาไว้ หรือการปฏิบัติตัวในกริยาอาการต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ชนชั้นสูงและพันธมิตรของพวกเขาก็ได้ใช้เป็นเครื่องมือโจมตีชนชั้นพ่อค่าด้วยเช่นกัน ด้วยคำกล่าวประมาณ “ดีแต่ใช้เงิน หรือรวยแต่ไม่มีมารยาททางสังคม”
แต่ถึงอย่างไรในตอนท้ายของเรื่อง เบียทริกซ์ ก็สามารถแหวกม่านประเพณีดังกล่าวออกไปได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นชนชั้นกระดุมผีแบบธรรมดาทั่วไป หากแต่เป็นชนชั้นกระดุมที่มีความคิดเพื่อสังคมและเห็นใจผู้อื่น
เราชอบหนังเรื่องนี้เพราะให้ภาพของสังคมวิคตอเรียตอนปลายที่ค่านิยมหลายอย่างมันเริ่มเสื่อมคลาย นอกจากนั้นยังชอบภาพสวยๆ ที่อยู่ในหนังเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศทางตอนเหนือของอังกฤษ และเครื่องแต่งกายที่มันดูแฟนซีๆ เวอร์ดีๆ
เอามาเราให้ฟังด้วยประการฉะนี้





ว่าจะไปซื้อมาดูอ่ะค่ะ ชอบหนังที่มีฉากสมัยโบราณๆ
แต่หนังเพิ่งออก DVD ราคายังแพงอยู่เลย
อยากดูอ่ะ
ด้วยเหตุผลเดียวคือเรารักเจ้าปีเตอร์แรบบิทมากๆ
(อารมณ์ถ้ามีคนเอาชีวิตเจเค หรือ โทลคีนมาทำเป็นหนังเราก็คงอยากดู)
กระฎุมพี (อ่านว่ากระดุมพี) นะพี่ ไม่ใช่กระดุมผี…น่ากลัวเยยย
อันนี้แปลว่าผู้มั่งมีในเชิงชนชั้นพ่อค้าประมาณนี้ เหมือนสุนทรภู่ก็เคยถูกเรียกว่ากวีกระฎุมพี เพราะรักข้ามชนชั้น บางช่วงในเมืองไทยใช้เป็นแสลง แปลว่าไพร่
คำนี้ตรงกับคำว่า bourgeios ที่แปลว่าชนชั้นกลางในภาษาฝรั่งเศสป่ะ? … โทษทีนะครับ ดันไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์ในเมืองไทย ที่นี้เค้าเรียกพวกกระฎุมพีว่า บุรุโจวาอ่ะ (ฟังไม่ออกเลยใช่ม่ะ ว่ามีรากมาจากภาษาฝรั่งเศส)
เน่ๆๆ
อย่ากินแรงกันดิ เราตอบบลอกท่านออกจะยาว
มาแปะไว้สองบรรทัดแล้วจากไป เรางอนนะพี่