Posted in Book on มิถุนายน 15, 2007 | 1 ความคิดเห็น »
“อย่าเข้าใจผิด หนังสือที่ท่านถืออยู่ในมือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสืออีกเล่มที่เกี่ยวกับรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 การปรับปรุงชื่อบทความในหนังสือเล่มนี้ให้ทันสมัยมากขึ้นจะไม่มีทางให้คำตอบอะไรกับเรา หรือแม้แต่สรุปสถานการณ์วิกฤตทางการเมืองปัจจุบัน เพราะแท้ที่จริง โครงการนี้เป็นการแสดงความคารวะต่อวงการสื่ออิสระในประเทศไทย ท่ามกลางกรณีอื้อฉาวของไอทีวี สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม สถานีวิทยุชุมชน ที่ชะตากรรมยังไม่แน่นอนและไม่มีใครรู้ทิศทางที่แน่ชัดนั้น ในสังคมไทยเองก็เกิดการถกเถียงอภิปรายกันอย่างมีชีวิตชีวาในประเด็นที่ว่า “สื่ออิสระ” หมายความว่าอะไร สื่อชนิดนั้นควรมีลักษณะแบบไหนและควรทำอะไรบ้าง”
ข้างต้นคือบทนำหนังสือ Bangkok Documenta Magazine NO.1 โดย Keiko Sei บรรณาธิการคนหนึ่งที่ทำหน้าที่คัดเลือกนิตยสารหรือสื่อสิ่งพิมพ์อิสระจำนวนหนึ่งในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าร่วมแสดงในงาน Documenta 12 อันเป็นนิทรรศการศิลปะที่จัดขึ้น ณ ประเทศเยอรมัน ทุกๆ 5 ปี โดยในการจัดแสดงงานครั้งนี้ทางผู้จัดงานได้รวมสื่อสิ่งพิมพ์และนิตยสารเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของงานในฐานะ “ศิลปิน” และ “งานศิลปะ” ที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงศิลปะ กับสาธารณะชน
สังคมปัจจุบันโดยเฉพาะในสังคมไทย สื่อได้เข้ามามีบทบาทอย่างสูงในการชี้นำทิศทางของสังคมและการเมือง กรณีของ ASTV และหนังสือพิมพ์ผู้จัดการดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่สะท้อนแนวความคิดนี้ได้อย่างดี แต่ถึงอย่างไรก็ตามภาวะการชี้นำดังกล่าวก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการถูกครอบงำอย่างไม่ลืมหูลืมตาหรือปราศจากการตั้งคำถามของคนจำนวนมากในสังคมต่อข้อเท็จจริงและการให้คุณค่าต่อเหตุการณ์ของสื่อ
ภายใต้ “ความเป็นประชาธิปไตย” ที่สังคมโหยหาและต้องการที่จะไขว่คว้า สื่อมีความสำคัญอย่างมากในการเป็นตัวกลางหรือเปิดพื้นที่ในการถกเถียง อภิปรายของคนกลุ่มต่างๆ ต่อเหตุการณ์หรือสิ่งต่างๆ ที่ดำรงอยู่ในสังคม ตลอดจนการท้าทายอำนาจเบ็ดเสร็จที่ครอบคลุมสังคมอยู่ ณ ช่วงเวลานั้น
แต่ถึงอย่างไรก็ตามในความเป็นจริงที่พบในสังคมไทยและอีกหลายสังคมทั่วโลก สื่อขนาดใหญ่จำนวนมากกลับมิได้เปิดพื้นที่ในการถกเถียงหรือต่อต้านอำนาจเบ็ดเสร็จที่ครอบงำอยู่ [...]
Read Full Post »
Posted in Art on มิถุนายน 10, 2007 | 2 Comments »
ความจริงมีอีก
แต่ต้องขอโทษด้วยกับความไม่คมชัด เอาอะไรมากกับกล้องมือถือ จริงไม๊
Read Full Post »
Posted in Culture on มิถุนายน 3, 2007 | 1 ความคิดเห็น »
การกินเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์ และเป็นหนึ่งในสี่สิ่งที่แสดงความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ นอกเหนือจาก ขี้ ปี้ และ นอน
เมื่อเราพูดถึงการกิน อาหารเป็นสิ่งหนึ่งที่ขาดเสียไม่ได้ เพราะอาหารเป็นสิ่งที่นำไปสู่การกิน
มนุษย์ในแต่ละท้องที่มีอาหารที่เสกสรร ขึ้นจำนวนแทบจะนับชนิดไม่ถ้วน
ในสังคมปัจจุบัน อาหารกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้
ความซับซ้อนของสังคมทำให้มนุษย์มีการแบ่งแยกงานกันทำ
ในแง่นี้การผลิตอาหารจึงมิได้จำกัดอยู่เพียงในครัวเรือนอีกต่อไป
ร้านอาหารจำนวนมากได้กำเนิดขึ้น ตามการบริโภคของคนที่มากขึ้น
แต่ในทางกลับกันในจำนวนร้านอาหารที่มากขึ้นเหล่านั้น ทั้งตามศูนย์การค้า ตรอก ซอก ซอย โรงแรม ผับ บาร์ ฯลฯ
ก็มิได้รับประกันว่าจะมีรสชาติที่อร่อยและสร้างสรรจากใจจริงทุกร้าน
แน่นอน แม้ท่านศาสนาและปราชญ์จำนวนมากจะกล่าวว่าเรากินเพื่ออยู่ มิใช่อยู่เพื่อกิน
แต่สำหรับมนุษย์ที่มีกิเลสหนา อย่างเรา และอีกหลายคน การกินเพื่อลิ้มรสชาติ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อโอกาสอำนวย
สำหรับเรา อาหารที่รสชาติดีไม่จำเป็นว่าต้องคือ อาหารที่มีราคาแพง
ร้านข้างทาง หรือร้านค้าเก่าๆ ในบางครั้งการสามารถเสกสรร อาหารที่มีรสชาติอร่อยได้
ในขณะที่ร้านราคาแพง (โดยเฉพาะแบรนด์ดังตามห้างสรรพสินค้า) ในบางครั้งกลับสร้างรสชาติที่ห่วยแตก เย็นชืดเสียนี่กระไร
(แต่ร้านที่ราคาสูงบางครั้งก็สามารถสร้างสรรความอร่อยได้ แต่ที่เราดูมามักไม่ใช่ร้านตามห้าง)
เราอยู่เพื่อกิน มิได้กินเพื่ออยู่ และ
เราก็กินจากรสชาติไม่ได้กินจากภาพลักษณ์ของอาหาร ที่จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเรา
Read Full Post »
Posted in Other on มิถุนายน 2, 2007 | 2 Comments »
ณ งานแสดงศิลปะแห่งหนึ่ง
หญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่กับเพื่อนสาวของเธอ
สายตาของชายหนุ่มเผลอไปเห็นหญิงสาวผู้นั้น
เธอคือใคร? ชายหนุ่มคิด
ชายหนุ่มได้แต่เหลือบมองเป็นระยะ
จนกระทั่งใกล้เวลากลับ
หญิงสาวเดินหายไป
ชายหนุ่มมองไม่เห็นหญิงสาว
ชายหนุ่มลาทุกคนกลับ เดินลงสู่ด้านล่าง
หญิงสาวกำลังยืนเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ตรงทางออก
ชายหนุ่มมองเธอเป็นครั้งสุดท้าย
และเดินออกประตูกระจกใส
เธอคนนั้นคือใคร? ชายหนุ่มคิด
Read Full Post »