Posted in Book on สิงหาคม 31, 2007 | 4 Comments »
- ปรีดี หงษ์สต้น แปล -
“ก่อนหน้านี้ผมอยากเป็นนักเขียนไร้สัญชาติ แต่ผมเป็นนักเขียนญี่ปุ่น ที่นี่คือแผ่นดินของผม และนี่คือรากของผม เราไม่สามารถหนีไปจากแผ่นดินเกิดของเราได้”
…………………..
แม้ว่าฮารูกิ มูราคามิ จะไม่ใส่ใจกับความหมายลึกล้ำที่ซ่อนเร้นอยู่ แต่เขาคงไม่ปฏิเสธวินาทีแห่งความประหลาดล้ำของชั่วขณะที่เขาตัดสินใจเขียนนวนิยายเรื่องแรกได้
เดือนเมษายน ปี 1978 ขณะที่เขากำลังนั่งดูเบสบอลอยู่บนแสตนด์ ณ สนามเมจิ-จินกุในโตเกียวพร้อมกระป๋องเบียร์ในมือ เวลานั้นมูราคามิอายุย่างเข้าสูวัย 30 ปี และได้ดำเนินธุรกิจแจ๊สคาเฟ่กับภรรยาของเขา-โยโกะ มาเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว
แบตเตอร์ชาวอเมริกันนามเดฟ ฮิลตัน สังกัดทีมยาคูลท์ สวอลโล่ว์ ก้าวสู่เพลท หวดลูกจากพิชท์แรกไปทางซ้ายของสนามแล้วไปถึงเบสที่สองได้อย่างไม่มีอุปสรรค ขณะที่แบตเตอร์หวดลูกบอลนั้น มูราคามิก็รู้ทันทีว่าเขาสามารถเขียนหนังสือได้
“จู่ๆ ผมก็รู้สึกขึ้นมาว่าตัวเองสามารถเขียนได้น่ะครับ” เขาบอกขณะนั่งอยู่ที่ออฟฟิศในกรุงโตเกียว ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากสนามดังกล่าวมากนัก
นวนิยายเล่มแรกของเขา Hear the Wind Sing (สดับลมขับขาน นพดล เวชสวัสดิ์ แปล สำนักพิมพ์มติชน) ใช้ชื่อจากเรื่องสั้นของทรูแมน คาโพที และมีเนื้อเพลงของวงบีช บอยส์ อยู่บนปกหลัง ได้ถูกพิมพ์ขึ้นในปีเดียวกันกับวินาทีประหลาดล้ำนั้น งานเขียนของเขาไม่ได้รับอิทธิพลจากวรรณกรรมญี่ปุ่นเท่าใดนัก ทว่ามาจากวรรณกรรมต่างชาติที่เขาอ่านในวัยเยาว์แถบท่าเรือโกเบอันเป็นที่ที่เขาเติบโต ผนวกกับอิทธิพลจากดนตรีแจ๊สและร็อคที่โปรดปรานสมัยยังเป็นนักศึกษาอยู่โตเกียวต่างหาก
ใจของเขาไม่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นนานก่อนที่เขาจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศเสียอีก
“งานของมูราคามิไม่ได้สะท้อนถึงวรรณกรรมคลาสสิกของญี่ปุ่น แต่มันสะท้อนถึงวัฒนธรรมป็อบ โดยเฉพาะจากอเมริกา” โมโตยูกิ ชิบาตะ ซึ่งรู้จักกับมูราคามิหลายปี [...]
Read Full Post »
Posted in Art on สิงหาคม 25, 2007 | 1 ความคิดเห็น »
พอดีไปดูละคอนเวทีของ มะขามป้อมมา
เป็นโรงละคอนใหม่ของเขา (ใหม่เพราะเราไม่เคยไปมาก่อน )
ละคอนมีชื่อว่า “มหาชนก Never Say Die”
ละคอนเปิดเรื่องโดยการตั้งคำถามของพระมหาชนต่อนางมณีเมกขลาถึงการละเลยไม่ทำหน้าที่ช่วยเหลือมนุษย์ที่กำลังตกอยาก และตัดฉากไปสู่การสูญเสียและการเดินทางของ “บ่าว” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ จนทำให้ตัวเองต้องกลายเป็นนักเก็บศพมืออาชีพ ที่แต่ละศพที่เก็บจะมีเรื่องราวต่างๆ แฝงอยู่
เป็นเรื่องราวที่เกิดจากความไม่เข้าใจ และการลดทอนความเป็นมนุษย์ ตลอดจนความเสื่อมโทรมของสังคมที่ผลักดันให้คนจำนวนหนึ่งต้องจบชีวิตลง การตัดฉากเรื่องราวของ “บ่าว” สังคมปัจจุบันกับเรื่องราวในชาดกได้ส่งผลให้ผู้ชมได้รับสารที่เกิดจากการสนทนาระหว่างเรื่องราวในสองช่วงเวลา จนมาถึงช่วงท้ายในการตั้งคำถามของบ่าวต่อนางมณีเมกขลาต่อการไม่ช่วยเหลือมนุษย์และคำตอบของนางที่แสดงให้เห็นความเสื่อมทรามของสังคมและการไม่รู้จักพึ่งตนเองของคนจำนวนมากอันเป็นเหตุที่นางไม่อยากจะช่วยเหลือใครอีกต่อไป
ไม่ใช่แต่เนื้อเรื่องที่น่าสนใจเท่านั้น เราชอบการเคลื่อนไหวของนักแสดงสองคน ที่ผลัดเปลี่ยนบทบาทในรูปแบบต่างๆ ร่างกายของเขาทั้งสองเคลื่อนไหวสวยงาม ลงตัว ดูอ่อนโยนแต่แข็งแกร่ง
ไม่แน่ใจว่าหมดรอบแสดงไปหรือยัง ยังไงลองดูไปดูรายละเอียดที่ http://www.makhampom.net
Read Full Post »
Posted in Other on สิงหาคม 12, 2007 | 4 Comments »
พอดีมีคุณเพื่อนจากญี่ปุ่น เอาชามาฝากพร้อมด้วยโมจิไส้คัดตาร์ด (ที่เรากินแล้วคิดว่าเป็นถั่วเหลืองกวน)
เห็นแพคเกจ ของชาแล้วน่ารักดี (ประมาณน่ารักได้ใจ) ก็เลยขอเอามาโพสไว้ ณ โอกาสนี้
กระดาษห่อและกล่องข้างใน
ห่อชาที่อยู่ข้างในกล่องสีเหลือง
เห็นชัดๆ กับรูปการ์ตูนบนถุงชาน่ารักได้ใจ
Read Full Post »