-1-
“ช่วยด้วยๆ ใครก็ได้ช่วยที กระเป๋าๆ”
หญิงสาวกรีดร้องลั่นตลาด แฟนหนุ่มที่ยืนดูของอยู่ไม่ไกลรีบวิ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว
“เกิดอะไรขึ้น?”
“กระเป๋า กระเป๋า มันฉุดเอาไปแล้ว” หญิงสาวตอบด้วยเสียงอันสั่นเครือจากความตกใจ
“มันไปทางไหน”
หญิงสาวชี้นิ้วไปตรงปากทางเข้าตลาด ชายหนุ่มกำลังจะลุกวิ่งไปตามนิ้วของเธอ แต่ว่าหญิงสาวฉุดตัวเขาไว้
“ไม่ต้องหรอก เงินไม่ได้เยอะอะไร มีแค่พวกบัตร เรากลับบ้านกันเถอะ” หญิงสาวกล่าว แต่ในใจเธอยังคงนึกเสียดายกระเป๋าราคาแพงระยับที่เพิ่งซื้อมาไม่นาน
หญิงสาวเดินกลับบ้านพร้อมแฟนหนุ่ม เธอยังคงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ปากยังคงสั่นเครือ
วันต่อมาทั้งสองไปแจ้งตำรวจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลางตลาด
“คุณเห็นหน้าคนร้ายหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ”
“กระเป๋าสีอะไร แล้วมีรูปร่างประมาณไหนครับ”
“สีน้ำตาลค่ะ ใบก็ขนาดประมาณเท่านี้” หญิงสาวตอบพรางทำมือบอกขนาดกระเป๋า
“มียี่ห้อ?”
“ค่ะ” เธอบอกยี่ห้ออันแพงระยับให้ตำรวจฟัง
“ทางเราจะพยายามติดตามให้นะครับ แต่ไม่รู้จะได้แน่หรือเปล่า เพราะของชิ้นไม่ใหญ่และที่สำคัญมีการก๊อปปี้กันเกลื่อนเมือง”
“ขอบคุณมากค่ะ”
-2-
“ที่รักจ๊ะ เรามีของขวัญวันเกิดมาให้ตัวเอง” หนุ่มวัยรุ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงอันอ่อนหวาน
“อะไรคะที่รัก”เธอตอบด้วยเสียงนิ่งเฉย
“นี่ไงจ๊ะ ลองแกะดูก่อน” เขายื่นของที่ห่อมาอย่างดีให้เธอ
“โอ้ว กระเป๋ายี้ห้อนี้ ลายนี้อยากได้มานานแล้ว ที่รักซื้อให้จริงๆ หรอค่ะนี่”
“อืม” เขาตอบด้วยเสียงอันแผ่วเบา
“ขอบคุณมากค่ะ แต่ที่รักฉันมีอะไรบางอย่างจะบอกคุณ” เธอกล่าวด้วยเสียงอันแผ่วเบา
“อะไรจ๊ะ” เขาทำท่าทีอยากรู้
เธอเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับคู่รักฟังเพราะไม่อยากเก็บไว้อีกแล้ว มันเริ่มมาเมื่อไม่นานมานี้ แต่มันได้ผลิบานกลายเป็นสิ่งที่ขยายใหญ่ขึ้น ความรักของเธอกับชายหนุ่มอีกคนหนึ่งกำลังฟูมฟัก แต่เธอก็ยังรักเขาอยู่และไม่อยากทิ้งเขาไป
“ฉันรู้จักเขานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จนมาวันหนึ่งฉันนอนไม่สบายอยู่ที่ทำงาน เขาเข้ามาดูแล ไปซื้อข้าว ซื้อยาให้กิน มันเริ่มมาจากวันนั้น..”
“แต่ฉันก็ยังรักคุณนะ ฉันต้องทำอย่างไร”
หนุ่มคู่รักของเธอรับฟังดัวยความนิ่งเงียบ คิดว่า “ควรทำอย่างไรกับเธอดี?” แน่นอนเขายังคงรักเธออย่างมากมาย และวันนี้ที่มาก็เพื่อเซอร์ไพรส์วันเกิดของเธอ
“ที่รักอย่าเงียบสิค่ะ”
“แล้วคุณจะให้ผมทำอะไร คุณรักผู้ชายที่เดียวสองคนไม่ได้หรอก แน่นอนต่อไปคุณจะค่อยๆ ห่างผมแล้วไปสนใจไอ้บ้านั่นคนเดียว” เขาตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธ
“ฉันเข้าใจ แต่ฉันยังรักคุณจริงๆ นะ จริงๆ” เธอพยายาทำให้เขาเย็นลง แต่..
“ตอแหล หยุดพูดได้แล้ว แกร่านทำเป็นไม่สบาย แล้วให้มันเข้ามาช่วย แกอ่อยมันใช่ไหม อีแรดร่าน…” เขาสวนกลับด้วยอารมณ์โมโหอย่างถึงที่สุด
“หยุดพูดเดี๊ยวนี้ เลิกด่ากูได้แล้ว คิดว่าตัวเองดีนักเหรอ วันๆ หายหัวไปไหนก็ไม่รู้ งานการก็ไม่ทำ ให้กูหาเลี้ยงมึงอยู่คนเดียว” เธอเริ่มทนไม่ได้
“เออ กูมันเลว แล้วมึงจะเอาไงกับกูอีก มึงมาให้กูล่อเองทำไม่ละ อีแรดร่าน”
“กูจะไปจากที่นี่ มึงจะไม่ได้เห็นกูอีก แล้วจะได้ไปอยู่กับผัวใหม่ของมึง เอาของกูคืนมา มึงไม่ต้องใช้ ไม่ต้องเอาอะไรจากกูแล้ว”
เขาจับมอเตอร์ไซด์ขึ้นคร่อมแล้วขี่ออกไป ในใจยังคงสับสนวุ่นวาย “ไอ้ห่ากูเอาของมาให้มึงวันเกิด ทำไมต้องมาเจอเรื่องซวยแบบนี้วะ กูพูดแรงกับมันไปหรือเปล่า แล้วกูจะทำต่อไปอย่างไร? จะอยู่อย่างไร? ไปอยู่ที่ไหน? จะกลับบ้านพ่อแม่ก็ไม่ได้พวกเขาตัดกูทิ้งหมดแล้ว กูมันเหี้ย กูมันระยำ แล้วไงต่อวะ กู กู กู กู”เขาคิดซ้ำไปซ้ำมาขณะขี่รถอยู่บนถนน
“เฮ้ยๆๆๆ อย่าเข้ามานะเว้ยซวยแล้วไง” ชายหนุ่มตื่นจากผวังความคิดพร้อมกับภาพเบื้องหน้าที่เลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็วตามความไวรถ
“โครม !!!” รถบรรทุกกำลังออกจากซอยชนเขาอย่างจัง กับมอเตอร์ไซด์ที่ขี่มาบนถนนใหญ่ ตัวของเขาล้มคว้ำลงกับพื้น มอเตอร์ไซด์ยังคงทับร่างเขาครึ่งหนึ่ง เลือดสีแดงคล้ำค่อยๆ ไหลออกมาจากตัวของเขา มันมาจากที่ใด เขาตายแล้วหรือ?
-3-
“ไหนๆ เขาก็ตายแล้ว เราน่าจะอโหสิให้นะ บางทีเขาอาจสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำก็ได้” ชายหนุ่มบอกกับหญิงสาวคู่รักหลังจากได้รับการแจ้งจากตำรวจว่าพบชายหนุ่มถูกรถชนตายกลางถนนในมือพบกระเป๋าหิ้วตรงตามที่ขโมยไป
“นั่นซิค่ะ กระเป๋ายังคามืออยู่เลย อาจเป็นกรรมตามทันก็ได้นะ ทันตาเห็นเลย”
“ส่วนกระเป๋าเดี๊ยวผมจะซื้อให้ใหม่แล้วกัน ราคามันไม่กี่บาทเอง” ชายหนุ่มปลอบประโลมหญิงสาว





หนุกดีนะคะ
จะขำหรืออะไรดีวะปู??
หุหุ พลอตดีจ้ะ แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจ
ผู้ชายที่เลิกกะแฟนนี่ไม่ได้ทำงาน อยู่กะแฟนเฉยๆ แต่เอากระเป๋าราคาแพงมาให้แฟนได้นี่ แปลว่าเป็นคนขโมยไปจริงๆ ใช่มั้ย
ถ้าเป็นงั้นแปลว่าประเด็นไม่ใช่เรื่องหักมุม แต่เป็น การให้คุณค่ากับ “สิ่งของ” เหรอ